เรื่องลับๆของช็อคโกแล็ต
silvergoose ช็อกโกแลตมีข้อกล่าวหาและมีความเชื่อผิดๆ ที่ว่า เป็นบ่อเกิดแห่งสิว เพราะจริงๆ แล้ว การเกิดสิวนั้นไม่มีผลมาจากรับประทานอาหารชนิดใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนข้อกล่าวหาทีว่า ช็อกโกแลตมีคาเฟอีนนั้น ความจริงมีอยู่เพียงเล็กน้อย โดยอัตราส่วนช็อกโกแลต 1.4 ออนซ์ จะมีคาเฟอีนอยู่เพียง 6 มก. ซึ่ง เท่ากับจำนวนของคาเฟอีนที่อยู่ในกาแฟแบบดีแคฟ และสำหรับ ไวท์ช็อกโกแลตไม่มีคาเฟอีนอยู่เลย โดยรวมๆ แล้วช็อกโกแลตสามารถเรียกได้ว่าประโยชน์อื่นๆ ของช็อกโกแลต เช่น ช่วยปรับอารมณ์และจิตใจ ให้เข้าสู่สภาวะปกติ เหมาะมากสำหรับผู้หญิงวัยทองที่เลือดจะไป ลมจะมาทั้งหลาย ฉะนั้นช็อกโกแลตจึงถือได้ว่าเป็นขนมหวานอันดับหนึ่งสำหรับผู้หญิงเลยทีเดียว ช่วยลดอาการปวดท้อง หงุดหงิด หน้าบวม ก่อนมีประจำเดือน ช่วยแก้อาการเมาค้าง ป้องกันการเกิดมะเร็ง เพราะได้พิสูจน์พบแล้วว่า สารที่พบในช็อกโกแลตเป็นสารที่พบในผักผลไม้ และไวน์แดง ช่วยลดอาการอักเสบเวลา เจ็บป่วยต่างๆ มีผลต่อสมองเพราะช่วยทำให้ตื่นตัว และยังช่วยให้กระฉับกระเฉงอีกด้วย ในมิลค์ช็อกโกแลตจำนวน 1.4 ออนซ์ จะประกอบด้วย โปรตีน 3 กรัม แคลเซียมร้อยละ 5 และธาตุเหล็กร้อยละ 15 โดยเฉพาะช็อกโกแลตที่ใส่ถั่วหรืออัลมอนด์ จะมีสารอาหารเหล่านี้มากขึ้นตามไปด้วยในอดีตนักเคมีเคยพบว่าช็อกโกแลตมี เฟนิลไธลามิน, ธีโอโบรไมน์ และกาเฟอีน ซึ่งสารเหล่านี้ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดและความดันโลหิตสูง นอกจากนี้ในช็อกโกแลตยังให้พลังงานจากคาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามินเอ ดี เค และธาตุเหล็กค่อนข้างสูง หากกินมากเกินไป อาจส่งปัญหาด้านสุขภาพทำให้เป็นโรคต่าง ๆ ได้ เช่น โรคอ้วน ความดันโลหิตสูง เป็นต้นsilvergoose

ข้าวกล้อง
silvergoose ข้าวกล้อง คืออะไร อาจคุ้นเคยกับการเรียกข้าวกล้องว่า ข้าวซ้อมมือ หรือข้าวแดง สมัยโบราณชาวบ้านใช้วิธีตำข้าวกินเอง จึงเรียกกันว่าข้าวซ้อมมือ แต่ปัจจุบันเราใช้เครื่องจักรสีข้าว จึงเรียกว่า ข้าวกล้อง เป็นข้าวสีน้ำตาลอ่อนที่ไม่ผ่านกระบวนการขัดสีใดๆ แม้สีสันและหน้าตาจะดูไม่สวยงามน่ารับประทานเหมือนข้าวขาวขัดสีทั่วไป แต่หากเทียบในเรื่องของคุณค่าทางโภชนาการที่ได้รับแล้ว ข้าวขาวไม่สามารถเทียบชั้นข้าวกล้องได้เลย เนื่องจากข้าวขาวนั้น ได้ผ่านการขัดเอาเยื่อหุ้มเมล็ดข้าวและจมูกข้าวที่อุดมไปด้วยสารอาหาร เส้นใบอาหาร ไขมัน โปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุต่างๆ ออกจนเกือบหมดสิ้น สิ่งที่หลงเหลืออยู่ของเมล็ดข้าวสารขัดสีคือแป้งล้วนๆ และวิตามินน้อยชนิด หรือแทบจะไม่มีคุณค่าทางโภชนาการใดๆ เลยนอกจากคาร์โบไฮเดรต ในขณะที่ข้าวกล้องนั้นผ่านการกะเทาะเอาเปลือกหรือแกลบออกเท่านั้น ไม่ได้ผ่านการขัดสีส่วนใดๆ ออก สารอาหารต่างๆ จึงยังอยู่ครบ ซึ่งประโยชน์ที่ได้รับจากการรับประทานข้าวกล้องนั้นก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้บริโภคมีสุขภาพดีโดยไม่ต้องพึ่งพาวิตามินเสริมใดๆ เลยทีเดียวการรับประทานข้าวกล้องนั้น สำหรับผู้ที่รับประทานใหม่ๆ อาจจะ ไม่เคยชิน รู้สึกฝืดคอ แต่หากรับประทานไประยะหนึ่ง จะรู้สึกว่า ข้าวกล้องหอม ยิ่งเคี้ยวนานๆ ก็จะได้รสชาติหวานอร่อย ได้รสชาติมากกว่าข้าวขาว เคล็ดลับในการรับประทานข้าวกล้องอีกประการหนึ่งที่อยากจะแนะนำ คือควรรับประทานขณะที่ยังอุ่น เพราะข้าวจะนุ่ม และควรรับประทานข้าวกล้องที่สุกแล้วให้หมดในมื้ออาหารนั้น เพราะข้าวกล้องจะบูดเสียได้ง่ายกว่าข้าวขาวทั่วไปทราบอย่างนี้แล้ว ผู้ที่กำลังตัดสินใจจะหันมาลองรับประทานข้าวกล้อง ก็อย่ารอช้า เลือกที่จะรับประทานให้อร่อย หรือเลือกที่จะอร่อยด้วย แถมได้สุขภาพที่แข็งแรงอีกด้วย ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ข้าวกล้องมีจำหน่ายตามท้องตลาดทั่วไป ทั้งข้าวกล้องเพาะงอก และข้าวกล้องธรรมดา รวมทั้งข้าวกล้องสมุนไพรก็ยังมีข้าวกล้องมีวิตามินบี 1 มากกว่าข้าวขาวประมาณ 4 เท่า ถ้ากินเป็นประจำ จะป้องกันโรคเหน็บชา
วิตามินบี 2 มีมากจะป้องกันโรคปากนกกระจอกวิตามินบีรวม มีมากกว่าจะป้องกัน และบรรเทาอาการอ่อนเพลียและขาไม่มีแรง อาการปวดแสบและเสียวในขา ปวดน่อง ปวดกล้ามเนื้อ ลิ้นแตกหรือมีแผล ริมฝีปากเจ็บหรือมีแผล โรคผิวหนังบางชนิด โรคปลายประสาทอักเสบ และโรคเกี่ยวกับระบบประสาทบางชนิด วิตามินบีรวม ยังบำรุงสมอง ทำให้เรียนเก่งขึ้นและเจริญอาหาร ธาตุเหล็ก มีมากเป็น 2 เท่า ช่วยป้องกันโลหิตจาง แคลเซียม มีมากกว่า จะทำให้กระดูกแข็งแรง ช่วยป้องกันไม่ให้เป็นตะคริว ไขมัน มีมากกว่าให้พลังงานแก่ร่างกาย กากอาหาร มีมากกว่าจะช่วยป้องกันท้องผูก และมะเร็งลำไส้ใหญ่ เกลือแร่และวิตามินต่างๆ ในข้าวกล้อง มีรวมกัน 20 กว่าชนิด มีหน้าที่ทำให้การทำงานของส่วนต่างๆ ของร่างกายทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและเสริมสร้างส่วนที่สึกหรอโปรตีน มีมากกว่าช่วยเสริมสร้างส่วนที่สึกหรอ แป้ง (คาร์โบไฮเดรต) มีน้อยกว่าข้าวขาว ช่วยลดความอ้วน ส่วนคนที่ผอมจะสมบูรณ์ขึ้น เนื่องจากได้รับสารอาหารต่างๆ ที่มีประโยชน์เพิ่มขึ้น ประหยัดเงินทอง เพราะเจ็บป่วยน้อยกว่า ข้าวกล้องจะมีราคาถูกกว่า เพราะต้นทุนในการผลิตต่ำกว่า มีผลทำให้สุขภาพจิตและสติปัญญาดีขึ้น เพราะสุขภาพกายดีขึ้นโรคผิวหนังบางชนิด ขาดวิตามินบีบางตัว อ่อนเพลีย รู้สึกเหนื่อยกว่าปกติ ปวดเมื่อยตามตัวและขา เพราะขาดวิตามินบีรวม โรคชัก เนื่องจากขาดวิตามิน บี 6 ซึ่งมีมากในข้าวกล้องข้าวขาวมีแป้ง (คาร์โบไฮเดรต) พอๆ กับข้าวกล้อง แต่มีเกลือแร่และวิตามินต่างๆ น้อยกว่าข้าวกล้อง (ในข้าวกล้องจะมีวิตามินรวมกัน 20 กว่าชนิด) ที่ทำให้ส่วนต่างๆ ของร่างกายทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและเสริมสร้างร่างกายให้สมบูรณ์
ในข้าวกล้องมีสารก่อมะเร็งจริง คงจะสังเกตกันว่า ข้าวกล้องที่อยู่ในจานบางเม็ดมีสีน้ำตาลเข้มหรือดำแต้มอยู่มาก หรือเกือบทั้งเม็ด ตรงส่วนนี้แหละนักวิทยาศาสตร์ไทยได้สังเกตเช่นกัน และได้ลองนำไปเพาะเชื้อดู ปรากฏว่าเป็น เชื้อราแอสเปอร์จิรัส ซึ่งเป็นเชื้อราที่สร้าง สารอะฟลาท็อกซิน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งตับ (ที่เคยทำให้เราตกใจมาแล้วกับเรื่องถั่วลิสง) อย่างงี้รับประทานข้าวกล้องก็ไม่ดีนะสิ ? รับประทานข้าวกล้องนั้นดีแน่ มีประโยชน์กว่าข้าวขาวหลายเท่า เจ้าเชื้อรานี้ขึ้นเฉพาะในข้าวกล้องไม่ขึ้นในข้าวขาว ก็เพราะข้าวกล้องมีเยื่อบางๆ ที่หุ้มอยู่ซึ่งเยื่อบางๆ นี้แหละที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และเป็นอาหารที่อุดมสมบูรณ์ ต่อพวกเชื้อรา ซึ่งในข้าวขาวจะถูกขัดสีออกไปหมดแล้ว เชื้อราจึงไม่ขึ้น เห็นความฉลาดของเจ้าเชื้อรามั้ยsilvergoose
