พริก
genting crown พริกเป็นพืชที่มีความสำคัญในชีวิตประจำวันของคนไทย นอกจากประโยชน์ในด้านการปรุงแต่งรสชาติทางอาหารแล้ว การใช้พริกเป็นยาทาภายนอกเพื่อลดความเจ็บปวด
จากการที่ capsaicin สามารถลดความรู้สึกเจ็บปวดได้จึงมีผู้นำมาใช้เป็นยาภายนอก โดยปกติแล้วจะอยู่ในรูปครีม โดยมี capsaicin 0.025 - 0.075 % ใช้บรรเทาอาการปวดเนื่องจากโรคข้ออักเสบ (osteoarthritis และ rheumatoid arthritis) โดยใช้ทา 3 - 4 ครั้งต่อวัน อย่างน้อยเป็นเวลา 2 - 4 สัปดาห์ capsaicin จะเสริมฤทธิ์ยาแก้ปวดอื่นๆ เช่น methyl salicylateการบริโภคพริกเป็นประจำจะช่วยลดอัตราความเสี่ยงจากการอุดตันของเส้นเลือด นับเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคหัวใจล้มเหลว เนื่องจากพริกช่วยให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้นและช่วยลดความดัน เพราะว่าในพริกมีสารจำพวกเบตาแคโรทีนและวิตามินซีในปัจจุบันมีการใช้สารแคปไซซินเป็นส่วนประกอบของขี้ผึ้ง ใช้บรรเทาอาการปวดอันเนื่องมาจากผดผื่นคันและอาการผื่นแดงบริเวณผิวหนัง รวมทั้งอาการปวดที่เกิดจากเส้นเอ็น โรคเกาต์ หรือโรคข้อต่ออักเสบ เป็นต้น นอกจากนี้ผลการทดลองใหม่ๆยังบ่งชี้ว่าสารแคปไซซินช่วยลดอาการปวดศีรษะและไมเกรนลงได้ พริก...ช่วยเสริมสร้างสุขภาพและอารมณ์ดี เนื่องจากสารแคปไซซินมีส่วนในการส่งสัญญาณให้ต่อมใต้สมองสร้างสาร เอนดอร์ฟิน (endorphin มาจากคำว่า endogenous morphine) ขึ้นร่างกายก็จะสร้างเอนดอร์ฟินขึ้นมามากขึ้นเท่านั้น ปกติร่างกายของคนเราจะสร้างสารเอนดอร์ฟินขึ้นภายหลังการออกกำลังกาย ดังนั้นการออกกำลังกายแม้จะทำให้ร่างกายเมื่อยล้า แต่ผู้ออกลังกายจะรู้สึกสดชื่นแจ่มใส ถ้าต้องการบรรเทาความเผ็ดของอาหารในปากควรดื่มแอลกอฮอล์ หรือรับประทานอาหารที่มีไขมันเป็นส่วนประกอบมากกว่าการดื่มน้ำ เพราะการดื่มน้ำมีผลเพียงช่วยบรรเทาอาการแสบร้อนได้เท่านั้น แต่ความเผ็ดก็ยังไม่ได้ลดลง เนื่องจากว่า น้ำ ละลายสารดังกล่าวได้ไม่ดี...นั่นเองgenting crown
ข้าวโอ๊ต ( Oat )
genting crown ข้าวโอ๊ตมีไขมันต่ำ อุดมด้วยโปรตีน วิตามิน เกลือแร่และสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ดังนั้น การบริโภคข้าวโอ๊ตจึงทำให้เราได้รับสารอาหารที่หลากหลาย โดยเฉพาะเส้นใยละลายน้ำเบต้า-กลูแคนในข้าวโอ๊ต (ที่หาไม่ได้แม้ในข้าวกล้อง) ซึ่งให้ประโยชน์ต่อสุขภาพในด้านต่างๆ เช่น ลดคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องควบคุมปริมาณคอเลสเตอรอล และผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักนอกจากนั้นยังช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด เมื่อร่างกายใช้อินซูลินนน้อยลงทำให้เรารู้สึกอิ่มนาน ไม่หิวระหว่างวัน ข้าวโอ๊ตจึงเหมาะกับผู้ป่วยโรคเบาหวานอย่างยิ่ง สำคัญที่สุดคือ ช่วยลดอัตราเสี่ยงโรคหัวใจ การรับประทานข้าวโอ๊ตสม่ำเสมอ ช่วยรักษาระดับความดันโลหิตให้ปกติและช่วยลดการสะสมคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคหัวใจ
สรรพคุณของข้าวโอ๊ต และ ประโยชน์ของข้าวโอ๊ต กันค่ะ สำหรับ สรรพคุณของข้าวโอ๊ต และ ประโยชน์ของข้าวโอ๊ต นั้นมีเยอกเยอะมากมายเลยนะค่ะ และที่สำคัญเลยคือ ประโยชน์ของข้าวโอ๊ต ยังมีส่วนช่วยในเรื่องของความงามด้วยแหละ รู้ขนาดนี้แล้วสาวๆ ทั้งหลายยังจะกล้ามองข้ามข้าวโอ๊ตอีกหรอค่ะ ถ้าอย่างนั้นแล้วเราก็เข้าไปรู้ลึกเรื่อง สรรพคุณของข้าวโอ๊ต และ ประโยชน์ของข้าวโอ๊ต กันอย่างละเอียดเลยดีกว่านะค่ะ เพียงแค่คุณรู้จักกับประโยชน์ต่างๆ ของอาหารบำรุงสุขภาพรับรองว่าคุณก็จะสามารถมีสุขภาพที่ดีได้ด้วยการดูแลของตัวคุณเองสรรพคุณ / ประโยชน์ของข้าวโอ๊ตข้าวโอ๊ตมักนิยมนำมารับประทานเป็นอาหารเช้าเพราะเป็นธัญพืชที่ให้พลังงานสูงแต่ให้ไขมันที่ต่ำ มีวิตามินและเกลือแร่ที่ร่างกายสามารถนำไปใช้เป็นพลังงานได้อย่างทันทีและสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ข้าวโอ๊ตจึงนับเป็นอาหารที่ทำให้เราได้รับสารอาหารที่หลากหลาย มีเส้นใยมาก ทำให้อวัยวะต่างๆ ในร่างกายโดยเฉพาะลำไส้เราทำงานได้เต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ลดอาการท้องผูก จึงดูดซึมน้ำตาลไขมันของเสียต่างๆ ได้ดีตอนเช้าๆ ลองซื้อน้ำเต้าหู้เจ้าอร่อยหรือนมสดสักแก้วแล้วผสมข้าวโอ๊ตลงไป (หาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไปค่ะ) พร้อมลูกเกด ผลไม้สดต่างๆ เมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง ถั่วลิสง ช่วยเพิ่มพลังให้เช้านี้อย่างสดใสอิ่มท้องอยู่นานไปจนมื้อเที่ยงเลยนอกจากนี้ข้าวโอ๊ตยังสามารถนำมาใช้บำรุงความสวยความงามของสาวๆ กันได้อีกมากมาย นำมาเป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่างๆ เช่น แชมพู โลชั่นทาผิว สบู่ข้าวโอ๊ต เพราะข้าวโอ๊ตมีวิตามินอีเป็นกลีเซอรีนตามธรรมชาติ คงความชุ่มชื่นของผิวได้ดี นอกจากนี้เรายังสามารถนำข้าวโอ๊ตมาผสมกับน้ำผึ้งแล้วนำมาสครับผิวได้อีกด้วยค่ะ หรือสามารถนำมาผสมน้ำอาบช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าช่วยให้ผิวเนียนนุ่มขึ้นแต่ไม่มันเพราะมีคุณสมบัติพิเศษในการช่วยดูดซับความมันออกจากผิวได้genting crown
